ประเทศไทยในขณะนี้ จะกล่าวว่ากำลังเผชิญอยู่กับ “ความยุ่งเหยิง หรือมั่วถั่ว” ทางการเมือง ก็คงจะไม่เป็นการเกินเลยนัก ทั้งนี้เหตุแห่งความยุ่งเหยิงนี้มาจาก “การชนกัน” ของกลุ่มผลประโยชน์ 2 กลุ่ม คือ “พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (และพวก)” กับ “รัฐบาล (และผู้สนับสนุน)” แต่สิ่งที่ผมอยากจะนำเสนอในครั้งนี้ก็คือ “ตรรกะแบบไร้ทิศทาง ไร้ระเบียบ ไร้ความคิด” (แต่ไม่ใช่ไร้จุดยืน – คนกลุ่มนี้มีจุดยืนทางการเมือง และผลประโยชน์ชัดเจนมากที่สุดกลุ่มหนึ่งในประวัติศาสตร์ไทย) ของฝ่ายพันธมิตรฯ

 

พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เป็นขบวนการเคลื่อนไหวที่มีความต่อเนื่องของ “กระแสแห่งการเรียกร้อง (แบบผิดๆ)” มาตั้งแต่ยุครัฐบาลทักษิณ 2 และก็ “หยุดการเคลื่อนไหว” ไประยะหนึ่งในช่วงที่ประเทศปกครองด้วยรัฐบาลที่มาจากการรัฐประหาร ของพลเอกสุรยุทธ์ และเริ่มทำการเคลื่อนไหวอีกครั้งในช่วงเวลาเมื่อไม่นานมานี้ ต่อเนื่องจนถึงตอนนี้ ในสมัยรัฐบาลของนายสมัคร สุนทรเวช

 

การเคลื่อนไหวของขบวนการนี้นั้นสร้าง “ผลกระทบ” ต่างๆ ตามมามากมาย บางท่านกล่าวกันว่า การเกิดขึ้น และจุดประสงค์ของขบวนการนี้คือ “การกระตุ้นให้เกิดการรัฐประหาร” ขึ้นเสียด้วยซ้ำไป แต่เรื่องนี้เอาไว้ก่อน เพราะตอนนี้ผมไม่ได้ตั้งเป้าจะเปิดประเด็นส่วนนั้น แต่ที่อยากจะชี้ให้เห็นคือ “หลักตรรกะประหลาดๆ ของพันธมิตรฯ” ต่างหาก

 

ตรรกะหลักๆ ของพันธมิตรฯ ในฐานะกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรของตน (ในครั้งนี้) มี 4 ประเด็นหลักๆ (คือ 4 ประเด็นแรก ที่ผมจะพูดถึง) และประเด็นจิปาถะอีกมากมาย ซึ่งผมจะพยายามเอามาเสวนาด้วยเท่าที่ความขยันจะอำนวย

 

ประเด็นแรก...ข้อเรียกร้องอย่าง “ผิดหลัก” สุดขีด: ขบวนการนี้มีชื่อ “พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย” ครับ แต่หากเราลองศึกษาดูข้อเรียกร้องของขบวนการณ์กลุ่มนี้แล้วเราจะพบ “พฤติการณ์” ที่ “ตรงข้ามกับชื่อ” โดยสิ้นเชิงอยู่มากมาย โดยเฉพาะพฤติการณ์ที่จะพูดถึงเป็นประเด็นแรกนี้ ซึ่งต่อเนื่องมาตั้งแต่สมัยรัฐบาลทักษิณ 2 แล้ว นั่นก็คือ ข้อเรียกร้องในการขับไล่ผู้นำ (ที่มาจากการเลือกตั้ง)

 

โดยหลักการของระบอบประชาธิปไตย แบบรัฐสภา และหลักรัฐศาสตร์โดยทั่วไป ที่เป็นที่ยอมรับกันในสากลจักรวาลแล้ว ผู้นำประเทศที่มาจากการเลือกตั้งอย่างถูกต้องตามกฏหมายนั้น “ย่อมมีหน้าที่ในการเข้ารับตำแหน่งเพื่อทำหน้าที่บริหารงานประเทศ” และการจะถอดถอนคณะผู้บริหารประเทศ ที่มาจากการเลือกตั้งด้วยเสียงคนส่วนมาก ด้วยตัวประชาชนนั้น “จำเป็นต้องเป็นความต้องการของประชาชนส่วนใหญ่ในประเทศ (Majority’s Will) เท่านั้น” แต่สิ่งที่พันธมิตรฯ เรียกร้องนั้นคืออะไร?...ข้อเรียกร้องของพันธมิตรฯ คือการบอกให้รัฐบาลที่มาจากความต้องการของคนส่วนใหญ่ในประเทศ ลงจากตำแหน่งด้วยความต้องการของคนส่วนน้อยในประเทศ ดังนั้นสิ่งที่พันธมิตรฯ กำลังทำอยู่คือ “พันธมิตรประชาชน (กลุ่มหนึ่ง) เพื่อคณาธิปไตย” ครับ (คณาธิปไตย คือการปกครองที่มีคณะบุคคลกลุ่มหนึ่งเป็นใหญ่เหนือประชาชนกลุ่มอื่นๆ ซึ่งเป็นเสียงส่วนใหญ่ของประเทศนั้นๆ) โดยมีตัว “คณะพันธมิตรฯ เอง” เป็นผู้ก่อการใช้อำนาจ

 

พันธมิตรฯ ไม่มีสิทธิในการ “โค่นล้ม” หรือประกาศกร้าวว่า “หากรัฐบาลไม่ยอมลงจากตำแหน่งอันมีอำนาจในการบริหารประเทศ ตนจะไม่ยอมถอย” เช่นนี้ สิ่งที่พันธมิตร ทำได้ คือ การยื่นข้อเสนอต่อรัฐบาล ว่ากลุ่มของตนมีความเห็นอย่างนั้น อย่างนี้ จึงเห็นควรว่ารัฐบาลไม่สมควรจะอยู่ในตำแหน่งต่อไป ซึ่ง ณ จุดนี้พันธมิตรฯ ต้องมีความกล้าที่จะยอมรับการตัดสินใจของรัฐบาลต่อข้อเสนอของตน (ซึ่งแน่นอนว่า “เห็นได้ชัดว่าจะตอบอย่างไร”) เพราะการตัดสินใจของรัฐบาลนั้น กระทำบนฐานเสียง ฐานอำนาจของเสียงส่วนใหญ่ในประเทศ ที่พันธมิตรฯ (หากรักประชาธิปไตยจริง) จักต้องเคารพ ไม่ว่าผลจะออกมาเช่นใด หรืออีกสิ่งหนึ่งที่พันธมิตรฯ พึงกระทำก็คือ “การทำให้เสียงส่วนน้อยของตน กลายมาเป็นเสียงส่วนใหญ่ของคนในชาติอย่างแท้จริง” (ผมไม่ได้หมายความว่า ให้ฆ่าล้างคนที่เหลือทั้งประเทศนะ)

 

พันธมิตรฯ ต้องชี้ให้เห็นให้ได้ว่า “รัฐบาลทำหน้าที่ (คือบริหารประเทศ) บกพร่องอย่างไร ผิดพลาดอย่างไร...ไม่ใช่เล่นประเด็นเบี้ยน้อย หอยน้อย อย่างกรณีการปาฐกถาของจักรภพ เพ็ญแข และหากคนโดยมากยอมรับจริงว่า “รัฐบาลสมควรออก” เมื่อนั้น จึงจะกล่าวได้ว่า “การกระทำของพันธมิตรมีความชอบธรรม”

 

ประเด็นที่สอง...ระบบสองมาตราฐานของการด่า: พันธมิตรฯ นั้นเป็นขบวนการ ที่มีความสามารถในการด่าสูง คิดคำด่าใหม่ๆ เก่ง แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นขบวนการที่ “ใบ้รับประทาน” ไปด้วยพร้อมๆ กัน กล่าวคือ หากเราสังเกตดูการ “ด่าทอ” ของขบวนการนี้ ทั้งจากเวทีปราศัย หรือผ่านสื่อในเครือผู้จัดการ ซึ่งเป็นกระบอกเสียงหลักของขบวนการ เราจะพบว่า คำด่ามากมายได้เกิดขึ้น ทั้งการใช้คำศัพท์ที่ “เหยียดหยามอย่างผิด (หรือหมิ่นเหม่ว่าจะผิด) กฎหมาย” เช่น เจ๊เพ็ญ, หรือในกรณีของทักษิณนั้น มากจนพูดไม่หมด (ฟักแม้ว, ไอ้เหลี่ยม, ฯลฯ) นอกจากนี้พันธมิตรฯ ก็พยายามตั้งข้อหามากมายขึ้นมา ซึ่งผมก็ไม่ได้ว่าอะไรนะ

 

แต่ประเด็นมันอยู่ที่ว่า “พันธมิตรฯ ด่าไม่หมด ด่าไม่ครบครับ” อยู่ไหนครับ คำด่าสำหรับประชาธิปัตย์ กรณีคอรัปชั่น (สปก. 4-01, เศรษฐกิจล่มจนแทบต้องขายประเทศ, ฯลฯ), อยู่ไหนครับ คำด่าสำหรับรัฐบาลพลเอกสุรยุทธ์ และเหล่าทหาร??? ธนาคารทหารไทยขาดทุนหลายหมื่นล้าน (เพียงธนาคารเดียว) ในยุครัฐบาลจากการรัฐประหารครับ...ไหนล่ะครับคำด่า??? งบลับนับครั้งไม่ถ้วน...ไหนล่ะครับคำด่า???...เพิ่มงบทางการทหารเป็นเท่าตัว...ไหนครับคำด่า, ไหนครับเวที??? ไม่มีครับ ผมไม่ได้ห้าม ไม่ได้ว่าที่ทำการด่า เพราะผมไม่มีอำนาจไปห้ามใครครับ แต่ หากจะด่า คุณต้องด่าให้หมด ด่าให้ครบถ้วน ไม่ใช่เลือกที่จะด่าคนที่ชัง แต่อุ้มชูคนที่รักไว้ครับ ไม่เช่นนั้นคุณจะเอาหน้าที่ไหนมาอ้างว่าตนเอง “เป็นนักประชาธิปไตย”...คุณสามารถด่า หรือตั้งข้อสังเกตทักษิณกรณีภาษีได้ครับ แต่ต้องไม่ลืมด่าคนที่ “ทั้งชีวิต” ไม่เคยจ่ายภาษีสักแดงเดียวด้วย (ทั้งๆ ที่รวยล้นฟ้า)

 

ผมสรุปประเด็นนี้ง่ายๆ ครับว่า พันธมิตรฯ นั้นใช้ตรรกะนี้ในการอุ้มชูขบวนการของตน ใช้มันในการสถาปนาสิ่งที่เรียกว่า “กลุ่มผลประโยชน์แห่งความเกลียดชัง” (แทนที่จะเป็น “กลุ่มผลประโยชน์แห่งเหตุและผล”) ครับ ด้วยตรรกะนี้ พันธมิตรจะด่าเฉพาะคนที่ตนเกลียด และกระตุ้นให้เป้าหมายของตนเกลียดคนที่ตนเกลียดไปด้วย ในในขณะที่ คนที่ตนรัก ก็จะเลี่ยงไม่พูดถึง หรือประณีประนอม ถนอมน้ำใจจนถึงหยดสุดท้าย...แต่น่าเหนื่อยใจแทนครับ (และอายแทนด้วย) เพราะประเด็นหนึ่งที่พันธมิตรฯ ใช้เล่นงานรัฐบาลทักษิณ และสมัครก็คือ “สองมาตราฐานในการทำงาน”...ทำให้ผมไม่แน่ใจเท่าไหร่ว่าพันธมิตรเคยส่องกระจกบ้างหรือเปล่า

 

ประเด็นที่สาม...การเบี่ยงเบนข้อเรียกร้อง: ข้อเรียกร้องของกลุ่มพันธมิตรฯ ในสมัยล่าสุดนั้น “ในเบื้องต้น” มี สองประการหลักๆ คือ การให้รัฐบาลถอนญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญ ฉบับปี 2550 และอีกประการหนึ่งก็คือ การให้นายจักรภพ เพ็ญแข รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีออกจากตำแหน่ง ด้วย “ข้อกล่าวหา” ว่า หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ (ผมใช้ว่าข้อปรักปรำ เพราะศาลยังไม่ได้ตัดสิน จึงยังเป็นเพียงคำ “กล่าวหา” อยู่)

 

จากข้อเรียกร้องดังกล่าวที่กลุ่มพันธมิตรฯ ได้ใช้สิทธิยื่นข้อเสนอต่อทางรัฐบาลนั้น เราจะพบว่า ทางรัฐบาลสมัคร ได้ตอบสนองในแบบที่กลุ่มพันธมิตรฯ ต้องการแล้วทั้ง 2 กรณี คือ ถอนญัตติการแก้ไขรัฐธรรมนูญออกแล้ว และนายจักรภพ เพ็ญแข ก็ยินยอมลาออกจากตำแหน่งของตนเองแล้วด้วยเช่นกัน...กระนั้น แม้ทางรัฐบาลจะ “ถอย” ให้ขนาดนี้แล้ว กลุ่มพันธมิตรฯ ก็ยังคง “พยายาม” หาทาง “ที่จะรั้งตัวเองให้ได้อยู่” ต่อไปอีก ผมขอเสนอประเด็นนี้ เป็นกรณีๆ ไป

 

สำหรับกรณีแรก (ถอนญัตติ) ผู้สนับสนุนพันธมิตรฯ มักจะอ้างว่า “แม้รัฐบาลจะถอนญัตติไปแล้ว แต่กลุ่ม สส. อีสานใต้ ก็พยายามจะเสนอยื่นญัตติดังกล่าวเข้าสภาอีกอยู่” ดังนั้นจึงยังต้องเรียกร้องต่อไปให้ถึงที่สุด ฯลฯ ฯลฯ...บอกตรงๆ ว่าการกล่าวในลักษณะนี้ เป็นการพูดที่ “เห็นแก่ได้ และไม่เป็นประชาธิปไตยอย่างที่สุด” ครับ (นอกจากนี้ กรณีนี้ยังช่วยตอกย้ำข้อเท็จจริงที่ผมกล่าวไว้ ใน 2 ประเด็นแรกอย่างชัดเจนด้วย) เพราะพันธมิตร ก็ได้ใช้สิทธิในส่วนของพันธมิตรในการเรียกร้องส่วนนี้ไป ไม่ว่าอะไรกัน และทางรัฐบาลเอง ก็ได้ใช้สิทธิตามอำนาจหน้าที่ ตัดสินใจ “ถอย” โดยการทำตามข้อเรียกร้องของพันธมิตร

 

แล้วทีนี้ พอจะมีคนกลุ่มอื่น (สส. อีสานใต้) ขอใช้สิทธิบ้าง ในการบอกว่า “พวกผมไม่เห็นด้วยกับการถอนญัตติ”...ทำไมจะทำไม่ได้ครับ??? หรือพันธมิตรจะบอกว่า มีเฉพาะพันธมิตรฯ เท่านั้นที่ “สามารถใช้สิทธิได้ ผู้อื่นห้ามใช้”

 

สำหรับกรณีที่สอง (กรณีจักรภพ) กรณีจักรภพนี้ พันธมิตรฯ เรียกร้องให้จักรภพ ลาออกจากตำแหน่ง ซึ่งสุดท้ายแล้วจักรภพก็ “ลาออก” ตามที่พันธมิตรฯ ต้องการแล้ว แต่พันธมิตรก็ยังคงลงหลักปักฐาน “หาเรื่อง” ที่จะอยู่ต่อ ด้วยการอ้างว่า “จักรภพ ไม่ได้สำนึกผิด”...ก็แล้วจะให้จักรภพ สำนึกผิดได้อย่างไร ในเมื่อจักรภพเชื่อว่า สิ่งที่เค้าทำนั้น “ไม่ได้หมิ่น” แต่พันธมิตรฯ เองต่างหากที่ไปสร้างข้อสรุปเอาเองให้จักรภพ”

 

จากกรณีทั้งสองนั้น นอกจากจะทำให้พันธมิตรฯ ลงหลักปักฐานต่อไปแล้ว ยังขยายขอบเขต และเลี่ยงเบนข้อเรียกร้อง เป็นว่า หากรัฐบาลสมัคร ไม่ยอมออกจากตำแหน่ง ก็จะไม่ยอมเลิก (ซึ่งก่อปัญหา ตามประเด็นที่ 1 ที่เสนอไปแล้ว)

 

ประเด็นที่สี่...สโลแกน รัฐธรรมนูญไร้สติ: ในการชุมนุมของพันธมิตรฯ ในครานี้นั้น มีการพูดออกมามากมายว่า “ต่อต้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แก้เพื่อฟอกใคร???” (ประมาณนี้) การพูดในลักษณะนี้ของพันธมิตร และผู้สนับสนุน เป็นการพูดในลักษณะที่ “ไม่ได้ใช้การไตร่ตรองให้ดีก่อน”...ผมไม่เถียงพันธมิตรฯ ล่ะว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2550 นั้นมีนัยยะทางการเมืองอยู่อย่างที่พันธมิตรฯ ว่ามา แต่ต้องถามก่อนว่า “แล้วรัฐธรรมนูญ 2550 มันเขียนมาเพื่อใคร???” (ผมเคยเขียนถึงกรณีนี้แล้ว ใน เว็บบอร์ดเก่าของฟ้าเดียวกัน – http://www.sameskybooks.org/webboard/show....ks&No=21304)

 

นอกจากนี้ต้องด้วยว่า ทำไมรัฐบาลจึงไม่มีสิทธิทำการประชามติกับรัฐธรรมนูญฉบับนี้อีกครั้ง พันธมิตรฯ ลืมแล้วหรือว่านี่คือรัฐธรรมนูญที่ “ยาวที่สุดในโลก แต่ให้เวลาคนศึกษา (ทั้งฉบับ) น้อยที่สุดในโลก”, พันธมิตรฯ ลืมแล้วหรือไรว่า การโปรโมตของรัฐบาลสุรยุทธ ตอนนั้น “เข้าข้าง” การให้รับร่างรัฐธรรมนูญ มากเพียงใด??? (กรุณานึกถึง ป้ายไฟเขียวทั่วกรุงเทพฯ, ฯลฯ), พันธมิตรฯ ลืมไปแล้วหรือว่านี่คือรัฐธรรมนูญ อันเป็นกฎหมายสูงสุดของคนในชาติ นั้นผ่านการประชามติมาด้วย “จำนวนคนที่ไม่ต้องการมากเพียงใด” (ประเทศที่เจริญแล้ว โดยมากเค้าจะใช้เสียงว่า “รับ” รัฐธรรมนูญ ถึง 2/3 หรือ 3/4 เลยด้วยซ้ำ การประชามติรัฐธรรมนูญจึงจะผ่าน)

 

เช่นนี้แล้ว เหตุใดการทำประชามติ ขอแก้ไขรัฐธรรมนูญจึงทำไม่ได้???

 

(ตอนนี้ขี้เกียจแล้ว ประเด็นจิปาถะ จะต่อทีหลังนะครับ...แปลอีกอย่างว่ายังเขียนไม่เสร็จครับ แต่กลัวไม่อัพเดตเลยต้องรีบมาแปะ)



edit @ 11 Aug 2008 23:57:34 by fallingangels

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

ผมไม่เห้นด้วยกับม๊อบ อะ

เพราะ เค้าชอบปิดถนน

#1 By dong=ดอง,โด่ง on 2008-06-13 18:14

ผมไม่เห็นด้วยกับการแก้รัฐธรรมนูญ

เพื่อคนบางกลุ่มได้รับผลประโยชน์

#2 By ゼロDrive on 2008-06-13 19:33

re: comment 2

แล้วการเขียน "รัฐธรรมนูญ" ขึ้นมาเนี่ย ไม่ใช่เพื่อประโยชน์ "เพื่อคนบางกลุ่มได้รับผลประโยชน์" หรือครับ???

ด้วยความเคารพ

#3 By fallingangels on 2008-06-13 20:01

ไม่เกี่ยวกับพันธมิตรนะ
ผมสงสัยอย่างเดียวทำไมตอนแรก รบ. ตอนแรกถึงได้ไม่ยอมให้ลงประชามติ รีบๆเขียน
แต่พอโดนกดดันเข้าหน่อยก็เหมือนให้ลงแบบตัดรำคาญ โดยที่เรายังไม่รู้เลยว่าที่จะแก้จะแก้อะไร...
re: comment 4

งงกะคำถามอ่ะคร้าบบบ

รบ. ขอชัดขึ้นอีกนิดนะครับ ว่า รบ. ไหน, ตอนไหน อย่างไร อ่ะครับ เพราะตอนนี้ผมนึกเหตุการณ์ที่ก้ำกึ่งกัน กับ condition ที่คุณพูดได้ 2-3 เหตุการณ์...เลยมิทราบว่าเป็นเหตุการณ์ใด sad smile

ด้วยความเคารพsad smile

#5 By fallingangels on 2008-06-14 12:27


ผมชอบการเมืองนะครับ...
แต่ที่ผมชอบมากกว่าคือ

การที่ได้ฟังคนที่เข้าใจการเมืองอย่างดี
แต่มาเล่าให้ฟังอย่างสนุก
เปรียบเทียบ ประชด เล่าแบบวัยรุ่นฟังได้ ผู้ใหญ่ฟังได้

ผมเข้ามาแล้วไม่ได้อ่านอ่ะครับ...

เพราะ

ตัวหนังสือเล็กไปหน่อย
และท่าทางอ่านแล้วจะงง

การเมืองก็เหมือนผักเขียวๆที่เด็กๆไม่ชอบ
แต่ถ้าเอาไปชุปโกกิ ให้อร่อย จัดให้น่ากิน
เด็กๆต้องชอบแน่ๆครับ

ยังไม่เคยเห็นบลอกไหนที่จั่วหัวตัวเองเป็นการเมืองจ๋ามาก่อน...
น่าสนใจมาก และมาแรงมาก กับจุดยืน...
สู้ๆ confused smile

แต่ระวังนะครับ ศาสนา การเมือง แนวคิด เป็นสิ่งละเอียดอ่อน...นำเสนอไม่ดี ลุกลามได้...

#6 By วิชัย... on 2008-06-15 03:44

re: comment 6

จริงๆ หากขยายขนาดตัวอักษรเป็น ก็จะทำอยู่นะครับ...แต่ แหะๆ ไม่รู้แฮะว่าทำยังไง (บอกตรงๆ ว่าผมเป็นพวกโง่คอมมาก)

ผมลองคำสั่ง <size=ตัวเลข> แล้วก็ไม่สำเร็จน่ะครับ (ปกติ เคยใช้แต่คำสั่งนี้)

ฉะนั้น หากรู้คำสั่งเมื่อไร จักดำเนินการขยายขนาดอักษรในบัดดลครับ

ด้วยความเคารพ

#7 By fallingangels on 2008-06-15 11:53

โง่จิง จิง

#8 By ben (58.8.145.81) on 2008-06-18 22:37

เมืองไทยจะไม่เหลือให้ลูกหลาน ดูแล้ว เพราะรัฐบาลหุ่นเชิด

#9 By ben (58.8.145.81) on 2008-06-18 22:38

ผมไม่ได้ชอบรัฐบาลสมัครนะครับ (แน่นอนว่าอยากจะด่ามันก็เชิญครับ)

แต่อยากถามนิดว่า "แล้วพันธมิตรฯ มันดีกว่าตรงไหนครับ???"

ด้วยความเคารพ

ปล. หาก "ได้อ่าน" ที่ผมเขียน จะเข้าใจได้นะครับ ว่า "ผมไม่ได้เชียร์สมัคร และไม่ได้ห้ามพันธมิตรฯ ด่า"...แต่หากจะด่า "ต้องด่าให้ครบ" ครับ

#10 By fallingangels on 2008-06-18 23:41

รบ. ที่ว่าคือ รบ.สมัครแหละครับผม
แต่อย่างว่าแหละ

ผมเบื่อที่พันธมิตรชอบอ้างสถาับันกษัตริยื วันๆเอาแต่โจมตีฝ่ายตรงข้ามด้วยเรื่องสถาบัน

ธงเอย
โชติศักดิ์เอย

มันไม่ใช่ประเด็นที่ควรเอามาโจมตีบ่อยๆ พอโดนอีกฝ่ายโต้เรื่องธงอยู่ในชุดกู้ชาติ เป็นไงล่ะ ... งี๊ดครับงี้ด

เห็นด้วยกับอุดมการณ์
แต่ไม่เอาวิธีการแบบนี้ครับ
เออ พวกบอท แบบ #8 เข้าใจว่าเป็นพวก ผจก มาแน่ๆครับ
คุณควรจะปรับปรุงการแสดงเหตุผลให้ดีกว่านี้

คำว่า 'โง่" คุณเอาอะไรมานิยามว่าโง่ครับ??? อืมแต่ช่างเถอะครับ
Comment ผจก. มันห่วยมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว ขนาดเห็นเด็กรวยตั้งแต่เด็กๆยังไปหาว่าเค้าทำบุญมาเยอะชาติที่แล้วได้เลย
#8 เขาเป็นบอทจาก ผู้จัดการจริงอะ
#4 ตอบ จําได้แบบลางๆ ว่าที่ตอนที่ พรรคที่เป็นแกนนําจัดตั้งรัฐบาลเขาหาเสียงว่า ถ้าเขาได้เข้ามาเป็น รัฐบาล เขาจะแก้รัฐธรรมนูญ นะ
จําผิดขออภัยด้วยคะ


พันธมิตรนี่ไม่อยากพูดถึง นิสัยแย่ลงทุกวัน หาตรรกะกับพวกเขายากเหลือเกิน
ส่วนรัฐธรรมนูญนี่ ที่มาก็ไม่ ถูกต้องล่ะ น่าจะยกเลิกไปเลยล่ะไม่ว่า แล้วเอาของปี 40 มาแก้ตรงส่วนที่บกพร่องดีกว่า

#13 By หมู..โฮก..โฮก on 2008-06-21 15:18

เมื่อก่อนผมเคยเชียร์พัธมิตร

แต่ผมว่าตอนนี้ชักจะเกินไปแล้วทั้งพันธมิตรและรัฐบาล

และผมคิดว่าโชติศักดิ์และจักรภพไม่ได้ผิดแต่อย่างใด แต่ว่าถูกยัดยาบ้าใส่แค่นั้น

#14 By Century King on 2008-06-22 11:57

สวัสดีค่ะ

ก่อนอื่นต้องขอชมก่อนเลยว่าเขียนวิเคราะห์ได้ดีมาก ละเอียดดี

จริง ๆ ตัวฉิงเองก็อยากเขียนสไตล์หนักวิชาการแบบนี้แหละ แต่พอดีเห็นว่าบล็อกเจ้านี้เป็นบล็อกของวัยรุ่นส่วนใหญ่ และเนื้อหาที่เห็น ๆ จะเป็นเรื่องเบา ๆ กัน อ้อ..แต่ว่าคงไม่สามารถอ้างอิงวิชาการได้เหมือนคุณนะคะ

เดาว่าคุณคงเรียนรัฐศาสตร์อยู่ ใช่ไหมคะ

ในส่วนของเนื้อความที่เขียนนั้น เห็นด้วยจริง ๆ นี่แหละอยากให้พวกท่าน ๆ พันธมิตรและแบคอัพทุกท่านได้รับรู้ และรู้ตัว

ไว้จะแวะเวียนมาเยี่ยมเรื่อย ๆ นะคะ

#15 By Nu Ching's Journal on 2008-06-23 11:08

Can't disagree with you here. The logic they use is so stupid that I can't believe how so many people still believe in them.

Great blog, btw :)

#16 By Hima (202.28.180.202) on 2008-06-23 11:29

ขอบคุณสำหรับคอมเม้นต์ครับ

...ผมกะลังหาทางลดดีกรีความเครียดของบล็อกอยู่...แหะๆ โดนรีเควสมามากว่า "เครียดปาย"

ด้วยความเคารพ

ปล. แล้วจะแวะเวียนไปเยี่ยนท่านๆ เป็นครั้งคราวครับ

#17 By fallingangels on 2008-06-23 14:50

ตอนนี้กะลังหงุดหงิดกะเรื่อง สส. แต่งตั้ง 70 % เลือกตั้ง 30 % ของพันธมิตรฯ มันอยู่

ด้วยความเคารพ

#18 By fallingangels on 2008-06-24 20:31

อาศัยความรู้จิบจ๊อย
ตามดูมานานมาก
เพราะชอบวิชาสังคม
อยากเป็นผู้พิพากษา
แต่เบนเข็มล่ะ

ตอนนั้นที่แก้ รัฐธรรมนูญ เพราะคิดว่าตัวเองได้ชัวร์
เปิดไฟเขียวแบบนี้ให้

แต่พอยุบสภา ปรากฏว่า พี่เหลี่ยมมาแรงแซงโค้ง
แถมกฏหมายเปิดช่องเยอะแยะ
ตัวเองเป็นคนกรั่นกรองเองย่อมรู้ดี

ไม่เป็นไร
ทนได้

แต่พี่เหลี่ยมรีเทิร์นอีกรอบ
หากอยู่ครบ แปดปีเชียวนะ
เป็นฝ่ายค้านมันจน ...กรอบกันพอดี
ไม่ไหวแล้ว
รอก่อนเถอะ

แล้วพี่เหลี่ยมก็เผลอ
//ไม่ได้บอกว่าพี่เหลี่ยมไม่ผิด ผิดก็ว่าไปตามผิด

รัฐประหาร
บทสรุปที่การเลือกตั้ง
คนยังเอา เฮียสมัคร มาอีก
เจ็บใจ๋เจ็บใจ

แม้ว่า อีกกึ่งหนึ่งจะไม่ยอมออกเสียง
พี่แกยังเหมาไปว่า เพราะไม่เห็นด้วยกะทักษิณ
แต่ไม่ยักกะบอกว่า เพราะไม่เห็นด้วยกะตะเองด้วยเหมือนกัน
ดูดู๊ดู ดูมันทำ พูดอะไรก็พูดไม่ครบจริงๆ นั่นแหละ

เอาละครับ
คราวนี้
ไม่อยากให้แก้รัฐธรรมนูญ กฏหมายแม่กฏหมายลูกอีกสารพัด เพราะนัยยะทางการเมือง
แต่ถ้าตัวเองเข้าไปก็คงจะแก้เพราะนัยยะทางการเมืองเหมือนกัน แถมยังเป็นนัยยะเดียวกัน แม้ว่าจะมองกันคนละมุมยังไง

กลัวฆ่าล้างโคตรกันมั้ง
คนซวยคือประชาชน

เก็บทองดีกว่า...
เผื่อต้องไปอยู่ลาว

อ่อ
พูดไปก็นับถือคณาธิปไตยกลุ่มนี้นะ รวมกลุ่มได้เหนียวแน่น มีลิเกหลายคนผลัดเปลี่ยน

แต่ทำไม๊ทำไม ผู้สงวนสิทธิ์ถือได้ย๊อมยอม เงียบกันจัง
นี่ถ้าสละท่าที แล้วรวมกลุ่มขับไล่คณาธิปไตยกลุ่มนี้ จะโดนด่าว่าเข้าข้างทักษิณอ่ะเปล่า (ทั้งที่ไม่ชอบเรื่องผลประโยชน์นั่นเหมือนกัน)

เฮ้อ...
//ยาวจัง แถมเสร่อโชว์โง่ไปเยอะด้วย เข้าใจผิดตรงไหนก็ช่วยแก้ด้วยนะคะ จขบ.
open-mounthed smile

#19 By WednesdayChild on 2008-06-24 21:55

แป๊ะลิ้มกำลังด่าฮุนเซนออก ASTV อย่างเมามันครับ
สงสัยกลัวไม่เกิดสงครามล่ะมั้ง

#20 By Chubby Chocobo on 2008-06-24 22:03

re: comment 19

เอ่อ...ขออภัยจริงๆ ครับ ผมไม่มีความสามารถจะไปแก้อะไรได้น่ะครับ เพราะนั่นเป็นข้อสรุปแบบของคุณ ซึ่งก็เป็นสิทธิของคุณอยู่แล้ว

ด้วยความเคารพ

ปล. วันนี้บอกตามตรงว่านพดล อภิปรายได้ดี (หากไม่นับเรื่องชมตัวเอง) อธิบายประเด็นกฎหมายได้ชัดเจนมากครับ

ผิดกับสมัคร ที่ defend ตัวเองด้วย "อะไรก็ไม่รู้"

#21 By fallingangels on 2008-06-24 23:48

เนื้อหาอาจจะดูเครียดไป แต่ผมว่าผมยังรับได้นะ ยังอ่านได้เพลินๆอยู่ อ้างอิงแหล่งที่มาเยอะๆก้ดีนะครับ จะัได้มีความน่าเชื่อถือชักจูงคนอ่านไ้ด้อีกเยอะๆ รออ่านต่อไปครับbig smile
Hot! Hot! Hot!

#23 By R@bbitch_n@m*TVXQ Supporter on 2008-06-25 09:55

แหล่งที่มา..."คำประกาศจากเวทีพันธมิตรฯ" ครับ หากต้องการ (ไม่ได้จะประชดอะไรนะครับ พูดจริงๆ)

คือปกติผมจะเขียนมีเชิงอรรถอยู่น่ะครับ (ดู งาน 2-3 ชิ้นก่อนหน้านี้ได้) แต่ว่ากรณีเป็นคำประกาศบนเวทีพันธมิตรฯ เลยไม่รู้จะเขียนไงดีจริงๆ ครับ

ต่อไปจะพยายามอ้างอิงไว้ครับ ตาม request

ด้วยความเคารพ

#24 By fallingangels on 2008-06-25 13:34

sad smile

อ่า...?

ด้วยความเคารพ นี่ไม่ใช่ข้อสรุปค่ะ
เป็นเพียงความคิดเห็นหนึ่ง ซึ่งก็สามารถมาแชร์กันได้
นี่คะ?

#25 By เด็กวันพุธ (58.9.29.147) on 2008-06-25 20:06

การที่ พธม.ออกมาชุมนุม นั้นเพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมทางสังคม และสิ่งที่ พธม.ทำนั้นคือการทำให้ประเทศชาติปราศจากคนโกงแผ่นดินถิ่นเกิด ได้รับโทษที่ตนเองได้ก่อไว้ และ พธม.ไม่ได้เป็นคนที่ทำการเปลี่ยนแปลงสังคม แต่ผู้ที่เปลี่ยนแปลงคือ "ประชาชน"กรุณาทำความเข้าใจซะด้วย และการปิดถนน ใช่มันเป็นการกระทำที่ทำให้ประชาชนเดือดร้อน แต่คุณควรคิดถึงส่วนรวมมากกว่าตนเอง พธม.ไม่ได้ทำเพื่อตนเอง แต่ทำเพื่อประเทศไทยของเราทกๆคน พธม.มิใช่ทำเพื่อประชาชน แต่ทำเพื่อสถาบันชาติ ศาสน์ กษัตริย์ อย่างแน่นอน

#26 By เเมน (118.174.180.113) on 2008-06-27 21:44

ทุกวันนี้อยู่ตปท.ค่ะ มองประเทศบ้านเกิดของตัวเองแล้วอยากจะหัวร่อ มีแต่คนหาความชอบธรรมให้แก่ตัวเองในการที่จะกระทำการต่างๆ...


ทั้งนี้ทั้งนั้นก็เพื่อผลประโยชน์ของตนเองและพวกพ้องทั้งสิ้น....


คนสองฝ่ายทะเลาะกัน
ประชาชนตาดำๆล่ะ?
แล้วประเทศชาติล่ะ?
แล้วเศรษฐกิจล่ะ?

ถ้าคิดถึงเรื่องพวกนี้สักนิด ก็คงไม่ยืดเยื้อขนาดนี้หรอก


#27 By Angeltetsu on 2008-06-30 00:12

เกลียดเจ้าของความคิดนี้หว่ะ

#28 By กี้ (118.173.195.230) on 2008-07-08 22:19

เปิดกว้างหน่อย มีข้อมูลให้ถูกต้องด้วย...

#29 By vanox on 2008-07-09 03:04

วิชามาล ของรัฐบาลคุณเข้าใจเค้าหรอ รัฐบาลเผด็จการก็ต้องอำพลางความชั่วของพวกกันเอง
14 ตุลา16
6 ตุลา 19
พฤษภาทมิฬ ล้วนแต่บินเบือนข้อมูลข่าวสารทั้งสิ้น กว่าจะรู้ความจริงเสียหายมากกว่ารถติดอีก ยังมีเวลาหาข้อมูลความจิง

#30 By vanox on 2008-07-09 03:09

พวกคุณกำลังโดนปิดสื่อ
กรุณาติดASTVด่วนนนน!!!

かわいそうなあ あなたたち 
C'est dommage!

#31 By Runrunpyon on 2008-07-10 07:06

หาข้อมูลให้ดีกว่านี้ค่อยมาพูดเถอะครับ
ได้ดูวีดีโอป่าเถื่อนที่กลุ่มพันธมิตรโดนทำร้ายรึยัง

แล้วยังอยากสนับสนุนให้รัฐบาลป่าเถื่อนอยู่ต่อไปอีกเหรอ ให้่มันโกงกินต่อไปอีกเหรอ คุณก็ได้แต่พูดแต่ไม่ได้ช่วยอะไรไม่ได้ทำอะไรให้ประเทศชาติแท้ๆ
ศึกษาข้อมูลให้ดีทั้งสองด้านค่อยมาพูดดีกว่ามั้งครับ หลับหูหลับตาวิจารณ์แบบนี้จะเป็นนักวิจารณ์ที่ดีไม่ได้หรอก

#32 By (58.9.235.30) on 2008-07-25 22:33


อันที่จริงผมก็ไม่ได้เห็นด้วยกับพันธมิตรไปซะทั้งหมด

โดยเฉพาะการออกไปพูดบางครั้งดูใส่อารมณ์มากซะจนปากพาไป

แถมบางครั้งก็ยังออกลูกมั่วอีก (ถ้าสังเกตุดูให้ดีๆ)

แต่รัฐบาลนี้ก็ไม่ได้ต่างกัน ตัวผู้นำนอมินีก็เคยสร้างวีรกรรมไว้จากปากของตัวเอง

ผมสังเกตุดู พวกนี้จะเกิดมาเพื่อเป็นนักการเมืองขนานแท้และดั้งเดิม

คือบริหารประเทศไม่เป็น เอาแต่ใช้วาจาโวหารไปวันๆ ซึ่งความเป็นจริงพวกประชาธิปัตย์ก็ไม่ต่างกันมากเท่าใหร่นัก (หากพิจารณาจากข้อมูลย้อนหลังสมัยเป็นรัฐบาล)

ผมยังคิดอยู่ว่าเมื่อใหร่ประเทศไทยเราจะได้ผู้นำที่เพียบพร้อมทั้งจริยธรรม และความสามารถในการบริหารประเทศ

นำพาประเทศฝ่าวิกฤติครั้งนี้ไปได้

#33 By Juninyá on 2008-08-05 20:57

ผมไม่ได้กลับมาดูบทความนี้พักนึง (เพราะไม่นึกว่าจะมีคนมาเม้นต์เพิ่ม) พอกลับมาดูพบว่า "มีมาเพิ่มพอควร" นี่นา

ผมอยากจะบอกว่า "ผมไม่ได้ชอบรัฐบาลสมัคร และไม่ได้ห้ามพันธมิตรฯ ด่า" ครับ

แต่ผมมองว่า "การด่า และการเรียกร้อง" นั้นควรมีกรอบ และมาตราฐานที่ "ชอบธรรม" เพียงพอ

มีบางท่าน แนะนำให้ผมติด astv สารภาพครับว่าไม่ได้ติด แต่ผมเองก็ไม่ได้ขาดข่าวสารขนาดนั้น เพราะผมเองก็โหลดไฟล์เสียง จากเวทีพันธมิตรฯ มาฟังเรื่อยๆ อยู่แล้ว เพื่อใช้เป็นกรณีศึกษา

แต่คำถามกลับคือ "คนที่ติด astv นั้น เสพสื่อ จนโดนสื่อเสพไปแล้วหรือยังครับ??? หากยังก็ดีไป...อย่าลืมนะครับว่า นั่นคือ "ข้อมูลฟากเดียว จากฝ่ายตรงกันข้าม"

ผมว่าทางที่ดี หากจะอ่านสื่อจริงๆ ลองอ่านคู่กันไปดีที่สุด เช่น อ่านผู้จัดการ คู่กับโลกวันนี้รายวัน หรือประชาทรรศน์ (2 สื่อหลังนี้ โปรรัฐบาลเต็มที่)

ผมไม่คิดว่า การไม่นั่ง เสพสื่อ (จนโดนสื่อเสพ) ไม่ว่าจะฟากใดฟากหนึ่ง เป็นเรื่องที่ดีนัก เพราะสุดท้ายแล้ว คนผู้นั้น ก็จะตกเป็นเครื่องมือทางการเมืองของฝ่ายใด ฝ่ายหนึ่งไปในที่สุด

...ย้ำอีกครั้ง ก่อนจะด่าผม ลองอ่านเนื้อหาดูดีๆ ก่อนว่า ผมด่าแบบไม่มีเหตุผลหรือไม่? ไม่อยู่บนหลักวิชาหรือเปล่า?...

ไม่ใช่เห็นแต่หัวข้อแล้วด่าเลย อย่างนั้นเรียกว่า อวิชชาครับ...และที่ผมอยากจะพูดก็คือ พันธมิตรฯ ตอนนี้ก็กำลัง "อวิชชา" มากด้วย (ไม่ได้บอกว่า "รัฐบาลดี" นะ)

เสนอมาได้ 70:30 หรือ ข้อเสนอของ สนธิ ลิ้มฯ เรื่องเขาพระวิหารอีก

บอกตรงๆ ผมไม่อยากพูดมาก ช่วงนี้รายงานผมเยอะ "ไม่ค่อยมีเวลามาทะเลาะด้วย"

ด้วยความเคารพ

#34 By fallingangels on 2008-08-06 01:05

ส่วนกรณี คนอุดร นั้น ผมเห็นด้วยครับว่า "ไม่ควรทำ" และสมควรลงโทษอย่าง "สาสมที่สุด ตามกฎหมาย"

แต่เรื่องนั้น "ไม่ได้มีอิทธิพลหรือส่วนเกี่ยวข้องใดเลย" กับเนื้อหาของบทความผมครับ...ซึ่งน่าสงสัยมาก ว่าคุณ comment 32 ได้อ่านเนื้อหาบทความผมจริงๆ หรือเปล่า

แต่ หากจะให้พูดเรื่องกรณีคนอุดรนั้น

เราคงไม่อาจละเลยเรื่อง "ความรุนแรง" ในฐานะองค์รวมได้ครับ ซึ่งผมไม่ได้มีเวลามากขนาดนั้น ณ ตอนนี้ เพราะรายงานค่อนข้างหนัก

ขอพูดเกริ่นๆ นะครับว่า "มาตราฐานที่ใช้ในการวิจารณ์กลุ่มคนอุดรฯ" ต้องเป็นมาตราฐานเดียวกับที่ใช้วิจารณ์:

"ความรุนแรงที่เกิดขึ้นกับ"
1. ม็อบ นปก. เมื่อปีกลาย

2. การ "ประหารรัฐ" เมื่อ 19 กันยายน 2006

3. การสร้างเงื่อนไข และสถานการณ์ ให้เกิดการตรึงกำลังทหารที่บริเวณชายแดนไทยขกัมพูชา "อย่างอวิชชา"

4. โชติศักดิ์ อ่อนสูง ที่โดนข่มขู่

5. ดา ตอปิโด ในกรณีขู่กระทืบสนธิ ลิ้มฯ และในทำนองเดียวกัน สนธิ ลิ้มฯ ในกรณีขู่ตบ กระทืบ ดา ตอปิโด

6. การเสียชีวิตของคุณลุงนวมทอง ไพรวัลย์

7. การฆ่าตัดตอนในสมัยทักษิณ

8. ฯลฯ แม้แต่ กรณี 6 ตุลา และ "ตัวการใหญ่"

ทุกอย่างนี้ ต้องด่า บนมาตราฐานเดียวกันครับ...ไม่ใช่ด่าฟากเดียว แบบประเภทพวก "โดนสื่อเสพ" ครับ

ด้วยความเคารพ

#35 By fallingangels on 2008-08-06 01:18

เห็นในทางเดียวกับเจ้าของบล็อกครับ

พันธมิตรไม่ได้มีความชอบธรรม
อย่างที่เขาชอบกล่าวอ้าง

พวกเขาคิดไปเองทั้งสิ้น
พวกเขาชอบประกาศชัยชนะกัันมาก
ทั้ง ๆ ที่เราพ่ายแพ้กันทั้งชาติ

#36 By supameeh on 2008-08-27 09:06

ก็ไม่ถียงอะไรนะครับ
แต่ก็อยากจะให้ทราบไว้อย่างหนึ่งว่า

ประชาธิปไตยมิได้ขึ้นอยู๋กับเสียงส่วนใหญ่อย่างเดียว
แต่เป็นการรับฟังเสียงส่วนน้อยด้วย

ที่เขียนข้างต้นก็มิได้เป็นการบอก
ว่าสนับสนุนพันธมิตรนะครับ

แต่จะบอกว่า รบ. มักจะมองข้ามส่วนนี้ไป
จนเป็นเหตุให้ทำสิ่งต่างๆ
โดยไม่ค่อยสนใจเสียงส่วนน้อย
เพราะอ้างว่าตนมาจากเสียงส่วนใหญ่

การแก้รัฐธรรมนูญก็จะทำได้ครับ
แต่ต้องทำจากประชามติ
เพราะรัฐธรรมนูญที่ไม่ค่อยจะสวยนักอันนี้
อย่างน้อยๆก็ได้รับประชามติแล้ว
แต่แก้ไปเพื่อประโยชน์ของคนกลุ่มน้อย
ก็ไม่รู้จะทำไปเพื่ออะไร
แล้วบทความผม สื่อถึงการ "ไม่ฟังเสียงข้างน้อย" ตรงไหนครับ?????

ผมบอกว่าเสียงข้างน้อยนั้นเคลื่อนไหวได้ แต่ "ขอบเขต" มันมีอยู่ และขอบเขตก็คือ บลาๆๆ ตามบทความ

และตอนนั้น ผมไม่ได้บอกให้ พธม. "ยกเลิก/หยุด" การชุมนุมด้วยซ้ำ...ผมบอกให้เค้า "หยุดตรรกะ 'อะไนก็ไม่รู้' ทางการเมือง" ครับ

ด้วยความเคารพ

#38 By fallingangels on 2008-08-27 13:58

เบื่อเต็มแก่แล้วค่ะ


ดูจากที่เค้าพูดออกมาว่าทำเพื่อนายหลวงเนี่ย
ทำเพื่อในหลวงในด้านใหนเหรอคะ?
Hot!
แต่ต้องไม่ลืมด่าคนที่ “ทั้งชีวิต” ไม่เคยจ่ายภาษีสักแดงเดียวด้วย (ทั้งๆ ที่รวยล้นฟ้า)


ประโยคนี้มึงหมายถึงใคร..ในหลวงงั่นซิ
ไอ้พวกเหี้ย..เอ๊อย. ชาติจะชิปหายอยู่แล้วไปเข้าข้างไอ้พวกเหี้ยนั้นอยู่ได้ ...นปก.สาระเลว ควยย

#40 By (58.9.188.109) on 2008-09-01 21:40

re: post 40

แล้วที่ผมพูดถึง "ใครคนหนึ่งคนนั้น" (ชื่อเพลง)

มันไม่เป็นความจริงตรงไหนครับ?????

ด้วยความเคารพ

#41 By fallingangels on 2008-09-01 23:03

ผมไม่ชอบที่พันธมิตรมาทำให้บ้านเมืองเสียหาย

เอะอะก้อบอกว่าทำเพื่อบ้านเมือง

ดูดุ๊ว่าทำให้บ้านเมืองเสียหายเเค่ไหน

สมัครก้ออีกคนเป็นเเล้วไม่ทำ

คนอีสานก้อชอบกันจิง

เบื่อทั้งคู่อะ บอกทำเพื่อประเทศชาติ

ตอนเเรกก้อดีพอไปเรื่อยๆเป็นไง ประเทศเเย่ก่าเดิมอีก


เบื่ออออออออออออออออออออ

#43 By คนเป็นกลาง (125.27.149.117) on 2008-09-07 21:59

พันธมิตรวางแผนไว้ทุกอย่างโดยใช้สันติอโศกเป็นฐานใหญ่คุมกำลังในการประท้วงโดยใช้ความศัทธาทีมีต่อพระพุทธศาสนาของประชาชนต่อต้านรัฐบาลที่มาจากประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศการกระทำครั้งนี้ใด้ก่อให้เกิดการประท้วงไปตามจังหวัดต่างๆซึ่งมีแกนนำที่เป็นพันธมิตรกันมีการยึดสถานที่ราชการต่างๆก่อให้เกิดความสับสนแตกแยกยั่วยุให้ประชาชนแตกแยกซึ่งพอต่อไปประชาชนก็จะมองว่ารัฐบาลไร้ประสิทธิภาพไม่มีความสามรถถึงแม้จะได้รับการแต่งตั้งจากระดับสูงก็ตามการบริหารราชการเสียหายสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนเป็นอันมากต่อมาก จากเหตุการที่เกิดขึ้นก็ตามด้วยสมาชิกรัฐสภาเปิดการโจมตีรัฐบาลให้เปลี่ยนรัฐบาลและเปลี่ยนนโยบายการบริหารประเทศใหม่ซึ่งต่อมาก็จะมีนายทหารที่มีความสัมพันธกับพันธมิตรต้องการเปลี่ยนแปลงการปกครองของประเทศตามแนวความคิดของพันธมิตรหนุนหลังอยู่เมื่อยังไม่สำเร็จก็จะมีพันธมิตรกล่มอื่นๆที่มีแนวคิดเดียวกันเกิดขึ้นภายในประเทศขึ้นมาอีกหลายกลุ่มเกิดการไม่เคารพต่อกฎหมายบ้านเมือง ต่อไปก็จะมีแนวคิดการต่อสู้ระหว่างศาสนาเดียวกันและระหว่างชนชั้นและยอมรับว่าไทยต้องผ่านระบบทุนนิยม โดยต่อมาก็จะเสนอแนวคิดในการปฎิวัติล้มล้างระบบไปสู่สังคมชั้นกรรมชีพมาใช้เพื่อปลุกระดมมวลชนให้โนล้มระบบของประเทศถ้ายังไม่ใด้ผลต่อมาก็จะเกิดการต่อต้านจลาจลไปอย่างกว้างขวางมีการเดินขบวนใหญ่จำนวนคนร่วมแสนคนเพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลยอมรับข้อเสนอรวมไปจนถึงการล้มล้างณัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งจากประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศและจะมีการปะทะกันระหว่างผู้เดินขบวนกับเจ้าหน้าที่จนสถานการณ์ลุกลามจนคุมไม่ใด้แม้แต่ทหารก็จะหันไปสนับสนุนพันธมิตรหรือกลุ่มประชาชนที่ออกมาประท้วงเรียกง่ายๆว่าการปฎิวัติและอาจทำให้อำนาจของรัฐบาลสิ้นสุดลง ต่อไปพวกปฎิวัติก็จะตั้งรัฐบาลเฉพาะกาลขึ้นแต่ก็ไม่สามารถแก้ปัญหาเศรษฐกิจได้ดังเช่นการปฎิวัติรัฐประหารเมื่อวันที่ 19 กันยายน ที่แล้วมาประเทศชาติตกอยู่ในกำมือ ผู้บริหาร ที่มีอำนาจแต่ไม่มีความสามารถ ต่อไปกลุ่มพันธมิตรหรือพวกปฎิวัติก็จะใช้กำลังยึดสถานที่ สำคัญของรัฐบาล และจับคณะรัฐบาลเก่าทั้งหมดและคณะปฎิวัติหรือพวกพันธมิตรจะได้รับชัยชนะและปกครองประเทศทั้งหมด
ผลของการปฎิวัติอาจทำให้มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงของประเทศภายหลังเมื่อการปกครองระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์อันเก่าแก่ของไทยสิ้นสุดลงด้วย

ลงท้าย แนวความคิดนี้อาจเกิดขึ้นได้เสมอหากคนไทยขาดความสมัคคี ปองดองหันหน้าเข้าหากันปึกษาหารึเพื่อชาติศาสนาพระมหากษัตย์คงอยู่ตลอดไปชั่วกาลนาน

#44 By S.THAIland (124.121.68.137) on 2008-09-30 11:42